วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555

การบ้านประจำสัปดาห์ที่ 9


การบ้านประจำสัปดาห์ที่
9

1.การประสานงานมีกี่ประเภทอะไรบ้าง

คำตอบ ประเภทของการประสานงาน (Types of Coordination) แบ่งได้ 2 แบบใหญ่ ๆ คือ

1.) การประสานงานภายในองค์การและภายนอกองค์การ การประสานงานภายในองค์การ หมายถึง การประสานงานภายในหน่วยงานหรือองค์การนั้น ๆ ส่วนการประสานงานภายนอกองค์การเป็นการประสานงานระหว่างหน่วยงานหรือการติดต่อกับบุคลภายนอกต่าง ๆ

2.) การประสานงานในแนวดิ่ง และการประสานงานในแนวราบ

การประสานงานในแนวดิ่ง (Vertical) หมายถึง การประสานงานจากผู้บังคับบัญชามาสู่ผู้ใต้บังคับบัญชา (Top down) และการประสานงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาไปยังผู้บังคับบัญชา (Bottom up)

การประสานงานในแนวราบ (Horizontal) หมายถึง การประสานงานในระดับเดียวกัน


2.ให้นิสิตอธิบายความสำคัญของการประสานงานกับการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

คำตอบ ความสำคัญของการประสานงาน ได้แก่

1.) การประสานงานเป็นกระบวนการในการบริหาร

2.) การประสานงานเป็นระเบียบธรรมเนียมในการบริหารงาน

3.) การประสานงานเป็นหน้าที่ของนักบริหารหรือหัวหน้างาน

ดังนั้น การที่จะจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ให้ขับเคลื่อนไปอย่างมีประสิทธิภาพได้นั้น จำเป็นต้องมีนักบริหารในการทำหน้าที่ดำเนินการกำหนดนโยบายซึ่งครอบคลุมการทำงานในภาพรวมให้เป็นไปตามเป้าหมายของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้


3.การรายงานผลมีความสำคัญอย่างไร ต่อการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

คำตอบ การรายงานผลมีความสำคัญต่อการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจาก การบริหารงานคุณภาพที่ผู้ทำหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบต้องจัดทำบันทึกและเก็บรวบรวมอย่างเป็นระบบ เพราะการรายงานผลเป็นส่วนสำคัญในการแสดงข้อมูลอย่างเป็นระบบให้กับผู้บังคับบัญชา หรือสาธารณชนได้รับทราบผลการดำเนินงาน และเป็นการนำเสนอเพื่อปรับปรุงในการดำเนินงานครั้งต่อไป


4.ประเภทของเงินงบประมาณในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง

คำตอบ งบประมาณในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ แบ่งเป็น 7 ประเภท ประกอบด้วย

(1) หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ

(2) หมวดค่าจ้างชั่วคราว

(3) หมวดค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุ

(4) หมวดค่าสาธารณูปโภค

(5) หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง

(6) หมวดเงินอุดหนุน

(7) หมวดรายจ่ายอื่น ๆ


5.เงินอุดหนุนโดยอนุโลมมีอะไรบ้าง อธิบาย

คำตอบ เงินอุดหนุนโดยอนุโลม ได้แก่

1.) ค่าฌาปนกิจ คือ เงินที่สมาชิกร่วมกันออกช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพ หรือค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกซึ่งถึงแก่ความตาย รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์

2.) ค่าสินบน คือ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ให้แก่บุคคลเพื่อจูงใจให้ผู้นั้นกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหรือตอบแทนที่ช่วยให้สำเร็จตามประสงค์

3.) ค่ารางวัลนำจับ คือ เงินค่าหัว ที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาแก่ อาชญากร หรือ ผู้ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

4.) เงินอื่น ๆ ที่สำนักงบประมาณจะกำหนดเพิ่มเติม



แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 9 และ 10

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 9 และ 10


บทที่ 9 การประสานงาน Coordinating



1.) สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงานมีอะไรบ้าง

คำตอบ สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงาน ได้แก่

1. การจัดวางหน่วยงานที่ง่ายและเหมาะสม (Simplified Organization)

ในองค์การธุรกิจทั่วไปการจัดวางหน่วยงานควรคำนึงถึง

ก. การแบ่งแผนก

ข. การแบ่งตามหน้าที่

ค. การจัดวางรูปงานและระเบียบการที่ชัดแจ้งแก่ทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้อง

2.) การมีโครงการและนโยบายอันสอดคล้องกัน (Harmonized Program and Policies)

3.) การมีวิธีติดต่องานภายในองค์การที่ทำไว้ดี (Well – Designed Methods of Communication)

เครื่องมือที่ช่วยในการติดต่อส่งข่าวคราวละเอียด ได้แก่

ก. แบบฟอร์มในการปฏิบัติงาน (Working Papers)

ข. รายงานเป็นหนังสือ (Written report)

ค. เครื่องมือวิทยาศาสตร์ในการติดต่องาน

4.) มีเหตุที่ช่วยให้มีการประสานงานโดยสมัครใจ (Coordination through Supervision)

5.) การประสานงานโดยวิธีควบคุม (Coordination through Supervision)

หัวหน้างาน มีหน้าที่ ดูการดำเนินปฏิบัติงานต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสอดคล้องและใช้วิธีประเมินผลการปฏิบัติงานทุกระยะ เพื่อให้ทราบข้อบกพร่องและหาทางแก้ไข


2. เทคนิคการประสานงาน (Techniques Coordination) มีอะไรบ้าง

คำตอบ เทคนิคการประสานงาน (Techniques Coordination) ได้แก่

1.) จัดให้มีระบบการติดต่อสื่อสารทั้งภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ

2.) การกำหนดอำนาจหน้าที่และตำแหน่งงานอย่างชัดเจน

3.) การสั่งการและการมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ

4.) การใช้คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ประสานงานโดยเฉพาะการประสานงานภายในองค์การ

5.) การจัดให้มีการประสานงานระหว่างพนักงานในองค์การ

6.) การจัดให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา

7.) การติดตามผล


3. จงอธิบายอุปสรรคของการประสานงาน มาพอเข้าใจ

คำตอบ อุปสรรคของการประสานงาน ได้แก่

1.) การขาดความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกัน จะกลายเป็นสาเหตุทำให้การติดต่อประสานงานที่ควรดำเนินไปด้วยดี ไม่สามารถกระทำได้

2.) การขาดผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารที่มีความสามารถ

3.) การปฏิบัติงานไม่มีแผน ซึ่งเป็นการยากที่จะให้บุคคลอื่น ๆ ทราบวัตถุประสงค์และวิธีการในการทำงาน

4.) การก้าวก่ายหน้าที่การงาน

5.) การขาดการติดต่อสื่อสารที่ดี ทำให้การทำงานอย่างเป็นระบบ ขาดความร่วมมือ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน

6.) การขาดการนิเทศงานที่ดี

7.) ความแตกต่างกันในสภาพและสิ่งแวดล้อม

8.) การดำเนินนโยบายต่างกันเป็นอุปสรรคต่อการประสานงาน

9.) ประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างกันจะเป็นการยากที่จะก่อให้เกิดความร่วมมือและประสานงานกัน

10.) การทำหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจไม่ชัดแจ้งทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความกังวลใจและอาจไปก้าวก่ายงานของบุคคลอื่นได้

11.) ระยะทางติดต่อห่างไกลกัน

12.) เทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงานแตกต่างกัน เนื่องมาจากการกุมอำนาจหรือการกระจายอำนาจมากเกินไป


4. จากทฤษฎีที่ศึกษามานิสิตคิดว่าศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ใดบ้างที่มีปัจจัยที่ทำให้เกิดการประสานงานที่ดี จงยกตัวอย่างศูนย์ฯ พร้อมอธิบาย

คำตอบ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (The National Gallery) มีการประสานงาน ให้ความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการและการจัดแสดงภาพศิลปกรรมชิ้นเยี่ยมกับหน่วยงาน องค์กรทั้งในและต่างประเทศ



บทที่ 10 การเขียนรายงานผลการดำเนินงาน Reporting

1.การรายงานผลมีความสำคัญอย่างไร ต่อการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

คำตอบ การรายงานผลมีความสำคัญต่อการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจาก การบริหารงานคุณภาพที่ผู้ทำหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบต้องจัดทำบันทึกและเก็บรวบรวมอย่างเป็นระบบ เพราะการรายงานผลเป็นส่วนสำคัญในการแสดงข้อมูลอย่างเป็นระบบให้กับผู้บังคับบัญชา หรือสาธารณชนได้รับทราบผลการดำเนินงาน และเป็นการนำเสนอเพื่อปรับปรุงในการดำเนินงานครั้งต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

หลักการสั่งการอำนวยการ (Directing)




หลักการสั่งการอำนวยการ (
Directing)




การอำนวยการ

หมายถึง การจัดการของผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการสั่งการตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ชี้แนะ บุคคล การนิเทศงาน และการติดตามผล เพื่อให้งานดำเนินไปตามแผน หรือเป้าหมายที่กำหนดไว้



องค์ประกอบของการอำนวยการ มี
4 องค์ประกอบ ได้แก่

1. ความเป็นผู้นำ

เป็นกระบวนการของการสั่งการ และการใช้อิทธิพลต่อกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิกในองค์การ ให้ยอมตามเพราะยอมรับในอำนาจที่มาจาก 3 แหล่ง คือ

1) ขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมา

2) อำนาจจากบารมี

3) อำนาจตามกฎหมาย

จึงก่อให้เกิดผู้นำ 3 แบบ คือ

1) แบบประชาธิปไตย

2) แบบเผด็จการ

3) แบบตามสบาย


2.
การจูงใจ

มีความสำคัญต่อการสั่งการหรือการอำนวยการ เพราะเกี่ยวกับบุคลากรให้ปฏิบัติงาน จึงจำเป็นต้องมีการจูงใจหรือกระตุ้นให้อยากทำงาน โดยอาศัยหลักธรรมชาติว่ามนุษย์ต้องการ 5 ระดับได้แก่

1) ความต้องการขั้นพื้นฐาน คือปัจจัย 4

2) ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย

3) ความต้องการทางสังคม

4) ความต้องการมีเกียรติยศชื่อเสียง

5) ความต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต

ดังนั้น ในการสั่งการโดยมีเทคนิคจูงใจด้วย ก่อนจะสั่งการควรขึ้นคำถามก่อนว่า “พอมีเวลาหรือไม่” หรือ “คุณจะช่วยงานนี้ได้ไหม”


3.
การติดต่อสื่อสาร

เป็นกระบวนการสำคัญช่วยให้การอำนวยการดำเนินไปได้ด้วยดีมีประสิทธิภาพ มี 2 ลักษณะคือ

1) สื่อสารแบบทางเดียว

2) สื่อสารแบบ 2 ทาง


4.
องค์การและการบริหารงานบุคคล

จุดมุ่งหมายของนักอำนวยการคือ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและองค์การ ซึ่งต้องการไม่เหมือนกันผู้อำนวยการจึงต้องทำให้เกิดความสมดุลกัน



รูปแบบของการอำนวยการ มี
5 รูปแบบ ได้แก่

1. คำสั่งแบบบังคับ

2. คำสั่งแบบขอร้อง

3. คำสั่งแบบแนะนำหรือโดยปริยาย

4. คำสั่งแบบขอความสมัครใจ